การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
9061
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/29
 
รหัสในเว็บไซต์ fa8963 รหัสสำเนา 20235
คำถามอย่างย่อ
เหตุใดบางคนจึงมีรูปลักษณ์ภายในความฝันเป็นสัตว์เดรัจฉาน ทั้งที่หลังจากนั้นเขาเตาบะฮ์และได้รับฐานันดรที่สูงส่ง
คำถาม
มีการกล่าวกันว่าบางคนเคยกระทำบาปในช่วงวัยรุ่น แต่เมื่อแสงแห่งทางนำของอัลลอฮ์สาดส่องสู่หัวใจ จึงกลับตัวเป็นผู้ศรัทธา ตัวอย่างเช่น นายเราะซูล เติร์ก ที่ได้รับฉายาว่าผู้ที่อิมามฮุเซนประทานอิสรภาพให้
(อธิบาย: กล่าวกันว่าก่อนที่เราะซูล เติร์กจะกลับตัวกลับใจ มีผู้ฝันเห็นเขาในรูปของสุนัขที่นอนเฝ้าค่ายพักของอิมามฮุเซน คอยเฝ้าระวังมิให้คนนอกเข้ามาใกล้ เมื่อได้ทราบความฝันดังกล่าวทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตนเอง กระทั่งได้รับฐานันดรอันสูงส่งภายหลังจากเตาบะฮ์)
คำถามก็คือ เหตุใดท่านอิมามฮุเซนจึงรับเขาไว้ในฐานะสุนัขเฝ้าบ้าน? ผมหมายถึงว่าเหตุใดเขาจึงยังอยู่ในรูปของสุนัข? ทั้งที่ฐานะภาพของมนุษย์สูงส่งกว่าอย่างเทียบมิได้ แล้วทำไมในความฝันดังกล่าวอันเป็นที่ทราบกันดีในหมู่พวกเรา อิมามจึงรับเขาไว้ในฐานะสุนัขตัวหนึ่ง? ต้องเรียนว่าผมรู้จักเพื่อนฝูงของเราะซูล และยังเคยอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเขามาแล้ว
คำตอบโดยสังเขป

เมื่อพิจารณาจากคำบอกเล่าของโองการกุรอานและฮะดีษต่างๆจะพบว่า ผู้คนมากมายมีรูปโฉมทางจิตวิญญาณที่ไม่ไช่คน การกระทำบางอย่างสามารถเปลี่ยนรูปโฉมทางจิตวิญญาณให้กลายเป็นสัตว์ได้ อาทิเช่นการดื่มเหล้า ที่สามารถแปลงโฉมผู้ดื่มให้เป็นสุนัขในแง่จิตวิญญาณได้

กรณีที่ถามมานั้น ท่านอิมามฮุเซนมิได้เปลี่ยนรูปโฉมของเราะซูล เติร์ก การกระทำของเขาต่างหากที่ทำให้ตนมีรูปโฉมดังที่กล่าวมา ซึ่งหากไม่มีการเตือนด้วยความฝันดังกล่าว เขาก็คงยังไม่เตาบะฮ์ แต่เมื่อเตาบะฮ์แล้วก็ย่อมจะคืนสู่รูปโฉมความเป็นคนเช่นเดิม

คำตอบเชิงรายละเอียด

กุรอานกล่าวว่า و اذا الوحوش حشرت (เมื่อสรรพสัตว์ฟื้นคืนชีพ)[1] นักอรรถาธิบายให้ทัศนะเกี่ยวกับโองการนี้ไว้สองประการด้วยกัน 
หนึ่ง: สรรพสัตว์จะฟื้นคืนชีพเพื่อเป็นพยานหรือโจทก์ในการพิพากษามนุษย์[2]
สอง: มนุษย์บางคนจะฟื้นคืนชีพในรูปของสัตว์เดรัจฉาน

นอกจากนี้ กุรอานยังกล่าวอีกว่า فَلَمَّا عَتَوْا عَنْ ما نُهُوا عَنْهُ قُلْنا لَهُمْ کُونُوا قِرَدَةً خاسِئِین [3] ซึ่งเล่าว่าบนีอิสรออีลบางคนถูกสาปให้เป็นลิงเนื่องจากฝ่าฝืนกฏของอัลลอฮ์ที่ห้ามมิให้ทำการประมงในวันเสาร์
โองการดังกล่าวสื่อว่าการกระทำบางประการสามารถทำให้มนุษย์แปรสภาพทางกายและใจกลายเป็นสัตว์ได้

มีฮะดีษมากมายที่พิสูจน์ว่ารูปโฉมทางจิตวิญญาณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาทิเช่นฮะดีษดังต่อไปนี้:
1. อบูบะศี้ร กล่าวกับอิมามบากิร(.)ว่า ผู้ทำฮัจญ์ช่างมีจำนวนมากมายอะไรเช่นนี้! เสียงเซ็งแซ่ไปหมด ท่านตอบว่า เสียงเซ็งแซ่เท่านั้นที่มากมาย ทว่าผู้ทำฮัจญ์ช่างน้อยนิด เธออยากจะเห็นเองไหมล่ะ?
แล้วท่านก็ใช้มือลูบที่สองตาของฉันพลางอ่านดุอาแล้วกล่าวว่าทีนี้ลองเพ่งดูผู้ทำฮัจญ์อีกครั้งสิเขาเล่าว่า ฉันมองดูก็พบว่ามีลิงและสุกรจำนวนมาก แต่ก็มีผู้ศรัทธาจำนวนน้อยนิดเปล่งแสงดุจดาวฤกษ์ในคืนเดือนมืด[4]

2. ฮะดีษต่อไปนี้

عِدَّةٌ مِنْ أَصْحَابِنَا عَنْ سَهْلِ بْنِ زِیَادٍ عَنِ ابْنِ أَبِی نَجْرَانَ عَنْ مُثَنًّى الْحَنَّاطِ عَنْ کَامِلٍ التَّمَّارِ قَالَ سَمِعْتُ أَبَا جَعْفَرٍ ع یَقُولُ النَّاسُ کُلُّهُمْ بَهَائِمُ ثَلَاثاً إِلَّا قَلِیلًا مِنَ الْمُؤْمِنِینَ وَ الْمُؤْمِنُ غَرِیبٌ ثَلَاثَ مَرَّاتٍ

อิมามบากิร(.)กล่าวว่าผู้คนส่วนใหญ่เป็นสรรพสัตว์เว้นแต่เพียงบรรดาผู้ศรัทธาท่านกล่าวย้ำถึงสามครั้งว่าผู้ศรัทธามีสถานะไม่ต่างไปจากคนแปลกหน้า[5](ในภาวะเช่นนี้) จากฮะดีษนี้ทำให้ทราบว่ารูปโฉมทางจิตวิญญาณของผู้คนส่วนใหญ่มิได้เป็นมนุษย์ แต่เป็นสัตว์

3. ท่านนบี(..)กล่าวว่าจะเกิดเคาะสัฟและเกาะซัรในประชาชาติของฉัน อันหมายถึงการถูกแผ่นดินสูบและการกระหน่ำลงทัณฑ์จากฟากฟ้า” (คล้ายการทิ้งระเบิดในปัจจุบัน) สหายถามว่า โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ บะลาเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด? ท่านตอบว่าเมื่ออุปกรณ์บันเทิงที่ไร้สาระ และสตรีนักขับร้อง และสุราเมรัยแพร่ระบาด ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ประชาชาติของฉันบางกลุ่มกระทำการฝ่าฝืนในยามราตรี แต่กลายเป็นลิงค่างและสุกรในยามรุ่งอรุณ เนื่องจากพวกเขาอนุมัติในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม จ้างหญิงขับร้อง ดื่มสุราเมรัย กินดอกเบี้ย และสวมใส่ผ้าใหม[6]

ฮะดีษข้างต้นพิสูจน์แล้วว่าการกระทำบางประเภทสามารถแปลงโฉมหน้าทางจิตวิญญาณได้

จนถึงตรงนี้ได้ข้อสรุปจากคำบอกเล่าของโองการและฮะดีษหลายบทว่า เป็นไปได้ที่โฉมหน้าทางจิตวิญญาณของคนเราจะเปลี่ยนไปเนื่องจากการทำบาป

ส่วนเหตุผลที่เราะซูล เติร์กมีรูปลักษณ์ดังกล่าวในความฝัน ก็เนื่องจากว่าเขาเคยเป็นคนติดสุราเรื้อรัง แต่ก็ยังให้เกียรติอิมามฮุเซนด้วยการเลิกดื่มสุราในช่วงเดือนมุฮัรร็อม แน่นอนว่าการดื่มสุราเป็นนิจสินย่อมแปลงรูปโฉมทางจิตวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งก็เป็นผลจากการกระทำของเขาเอง
ฉะนั้นจึงกล่าวไม่ได้ว่าอิมามฮุเซนเปลี่ยนรูปโฉมของเขา ทว่าตัวเขาเองต่างหากที่เปลี่ยนรูปโฉมตนเอง

ส่วนเหตุผลที่ท่านอิมามเปิดเผยรูปโฉมของเขาในความฝัน ทั้งๆที่มนุษย์ควรมีฐานันดรที่สูงส่งนั้น ต้องเรียนว่าที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะต้องการจะสื่อว่า แม้ความประพฤติเชิงลบของเขา(ดื่มสุรา)จะทำให้มีรูปอัปลักษณ์ทางจิตวิญญาณ แต่อะฮ์ลุลบัยต์ก็มิได้ปฏิเสธความดีอื่นๆที่เขาทำ ทั้งยังได้ปกป้องมิให้มีใครเหยียดหยามเขาอีกด้วย เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงเกียรติยศของอะฮ์ลุลบัยต์อย่างชัดเจน

ประการที่สอง หากไม่แจ้งให้เขาทราบเช่นนี้ เขาอาจยังไม่กลับตัวกลับใจก็เป็นได้

ประการที่สาม อิมามฮุเซนทราบดีว่าเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นอัญมณีอันทรงคุณค่าในอนาคต จึงต้องการจะกระตุ้นให้เขากลับสู่หนทางที่เที่ยงตรง ทั้งนี้ เมื่อคนเราเตาบะฮ์แล้วก็ย่อมไม่ถูกตำหนิไม่ว่ากรณีใด ดังที่ท่านนบี(..)กล่าวว่า
 التائب من الذنب کمن لا ذنب له (ผู้ที่เตาบะฮ์แล้ว เปรียบเสมือนผู้ที่มิได้ทำบาป)[7]

ส่วนที่ถามว่าเหตุใดอิมามจึงให้การอนุเคราะห์เขาในรูปของสุนัขนั้น ต้องเรียนว่าเขามีรูปโฉมทางจิตวิญญาณเป็นสุนัขอยู่ก่อนแล้ว แต่อิมามก็ยังให้การอนุเคราะห์เขา อย่างไรก็ดี สุนัขในที่นี้เป็นสุนัขปกป้องอะฮ์ลุลบัยต์ ซึ่งเป็นรูปจำลองของการที่เขางดดื่มสุราและกำชับให้เพื่อนฝูงงดดื่มในช่วงมุฮัรรอม อันถือเป็นการให้เกียรติในระดับของเขาขณะนั้น ซึ่งอิมามก็ได้เผยความดีของเขาให้เป็นที่ประจักษ์ อย่างไรก็ดี เมื่อได้เตาบะฮ์แล้ว แน่นอนว่ารูปโฉมจิตวิญญาณของเขาย่อมเปลี่ยนจากสุนัขเป็นมนุษย์รูปงาม

ขอให้พระองค์ทรงฟื้นคืนชีพพวกเราเคียงข้างเหล่าผู้ถวิลหาอิมามฮุเซนอย่างบริสุทธิใจด้วยเทอญ.



[1] อัตตั้กวี้ร,4

[2] นัคญะวอนี, เนียะมะตุลลอฮ์ บิน มะฮ์มู้ด, อัลฟะวาติฮุ้ลอิลาฮียะฮ์ วั้ลมะฟาติฮุ้ลฆ็อยบียะฮ์, เล่ม 2,หน้า 487, ด้าร ริกาบี, อิยิปต์,1999

[3] อัลอะอ์ร้อฟ, 166

[4] บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 27,หน้า 30,สำนักพิมพ์อัลวะฟา,เบรุต1404

[5] อัลกาฟี,เล่ม 2,หน้า 242, (หมวดความพร่องจำนวนของมุอ์มิน)

[6] ธรรมเทศนาของบรรดาอิมาม(.)  บิฮารเล่ม ฉบับแปล- หน้า 248 ส่วนที่ยี่สิบสี่ คำแนะนำจากอิมามศอดิก(.),สำนักพิมพ์อิสลามียะฮ์

[7] วะซาอิลุชชีอะฮ์,เล่ม 16,หน้า 75,สถาบันอาลุลบัยต์, 1409

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • แนวทางความคุ้นเคยกับอัลกุรอาน และความหลงใหลคืออะไร?
    5413 จริยธรรมปฏิบัติ
    ถ้าหากท่นได้อ่านอัลกุรอาน, เพียงแค่เนียตเพื่ออัลลอฮฺพร้อมกับใคร่ครวญและปฏิบัติตาม, เท่านี้ความรักในอัลกุรอานก็จะเกิดขึ้นโดยปริยายและจะทำให้มนุษย์มีความรักต่ออัลกุรอาน ...
  • สตรีสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในโลกไซเบอร์โดยไม่ขออนุญาตจากสามีหรือไม่?
    3478 สิทธิและกฎหมาย
    คำตอบของบรรดามัรยิอ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมีดังนี้อายาตุลลอฮ์คอเมเนอี “หากไม่จำเป็นที่จะต้องครอบครองทรัพย์สินของสามีก็ถือว่าไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาตแต่จะต้องคำนึงว่าการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอมส่วนใหญ่จะทำให้เกิด... หรืออาจจะทำให้ตกในการกระทำบาปซึ่งไม่อนุญาต”อายาตุลลอฮ์ซิซตานี “การติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอมถือว่าไม่อนุญาต”อายาตุลลอฮ์ศอฟีกุลฟัยกานี “โดยรวมแล้วการติดต่อสื่อสารในลักษณะนี้แม้ว่าสามีอนุญาติก็ไม่ถือว่าสามารถจะกระทำได้”ฮาดาวีเตหะรานี “หากการติดต่อสื่อสารในโลกไซเบอร์อยู่ในขอบเขตที่อนุญาตและไม่เกรงที่จะเกิดบาปเป็นที่อนุญาตและไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาติจากสามี” ...
  • วิธีตอบรับสลามขณะนมาซควรทำอย่างไร?
    9387 สิทธิและกฎหมาย
    ขณะนมาซ, จะต้องไม่ให้สลามบุคคลอื่น แต่ถ้าบุคคลอื่นได้กล่าวสลามแก่เขา, เขาจะต้องตอบในลักษณะที่ว่ามีคำว่า สลาม ขึ้นหน้า, เช่น กล่าวว่า »อัสลามุอะลัยกุม« หรือ »สลามุน อะลัยกุม« ซึ่งจะต้องไม่ตอบว่า »วะอะลัยกุมสลาม«[1] สิ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงคือ, คนเราต้องตอบรับสลามอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะอยู่ในนมาซหรือไม่ก็ตาม ซึ่งถ้าลืมหรือตั้งใจไม่ตอบรับสลามโดยทิ้งช่วงให้ล่าช้านานออกไป, และไม่นับว่าเป็นการตอบรับสลามอีกต่อไป, ขณะนมาซไม่จำเป็นต้องตอบ และถ้านอกเวลานมาซไม่วาญิบต้องตอบรับสลามอีก[2] [1] ...
  • เพราะอะไรปัญหาเรื่องการตกมุรตัด ระหว่างหญิงกับชายจึงมีกฎแตกต่างกัน?
    8942 ارتداد
    อิสลามต้องการให้ผู้เข้ารับอิสลาม ได้ศึกษาข้อมูลและหาเหตุผลให้เพียงพอเสียก่อน แล้วจึงรับอิสลามศาสนาแห่งพระเจ้า ได้รับการชี้นำจากพระองค์ต่อไป แต่หลังจากยอมรับอิสลามแล้ว และได้ปล่อยอิสลามให้หลุดลอยมือไป จะเรียกคนนั้นว่าผู้ปฏิเสธศรัทธา และจะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง เนื่องจากสิ่งที่เขาทำจะกลายเป็นเครื่องมือมาต่อต้านอิสลามในภายหลัง และจะส่งผลกระทบในทางลบกับบรรดามุสลิมคนอื่นด้วย แต่เมื่อพิจารณาความพิเศษต่างๆ ของสตรีและบุรุษแล้ว จะพบว่าทั้งสองเพศมีความพิเศษด้านจิตวิญญาณ จิตวิทยา และร่างกายต่างกัน ซึ่งแต่คนจะมีความพิเศษอันเฉพาะแตกต่างกันออกไป เช่น สตรีถ้าพิจารณาในแง่ของจิต จะเห็นว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจเปี่ยมไปด้วยความรักและความสงสาร มีความรู้สึกอ่อนไหวเมื่อเทียบกับบุรุษ ดังนั้น กฎที่ได้วางไว้สำหรับบุรุษและสตรี จึงไม่อาจเท่าเทียมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกฎ ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าได้จัดตั้งกฎขึ้นโดยพิจารณาที่ เงื่อนไขต่างๆ และความพิเศษของพวกเขา พระองค์ทรงรอบรู้ถึงคุณลักษณะของปวงบ่าวทั้งหมด โดยสมบูรณ์ และทรงออกคำสั่งห้ามและคำสั่งใช้ บนพื้นฐานเหล่านั้น มนุษย์นั้นมีความรู้เพียงน้อยนิด จึงไม่อาจเข้าใจถึงปรัชญาของความแตกต่าง ระหว่างบทบัญญัติทั้งสองได้โดยสมบูรณ์ เว้นเสียแต่ว่าความแตกต่างเหล่านั้น ได้ถูกอธิบายไว้ในโองการหรือในรายงานฮะดีซ ด้วยเหตุนี้ ระหว่างหญิงกับชายถ้าจะวางกฎเกณฑ์ โดยมิได้พิจารณาถึงความพิเศษต่างๆ ของพวกเขาถือว่าไม่ถูกต้อง และสิ่งนี้ก็คือสิ่งที่มนุษย์ได้ปฏิเสธมาโดยตลอด ...
  • อะไรคือสัญญาณของพระเจ้า ที่อยู่ในท้องฟ้าและแผ่นดิน?
    7902 آسمان و زمین
    ท้องฟ้าและแผ่นดิน และทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในนั้น ทว่าทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกทั้งหมดเป็นสัญญาณ ที่บ่งบอกให้เห็นพลานุภาพของพระเจ้า สัญญาณต่างๆ นั้นมีจำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถคำนวณนับได้หมดสิ้น อัลกุรอาน ได้เชิญชวนมนุษย์ไปสู่การเรียนรู้จักสัญญาณเหล่านั้น ทั้งความกว้างไพศาล จำนวนกาแลคซี่ต่างๆ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์, หมู่ดวงดาวต่างๆ และสิ่งมหัศจรรย์อีกจำนวนมากในนั้น การประสานกันของมวลเมฆ การเกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และฟ้าแลบ พร้อมประโยชน์มหาศาลของมัน การสร้างมนุษย์ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ ที่สลับซับซ้อนที่สุด ในขบวนการสร้างของพระองค์ การดำรงชีพและวัฎจักรชีวิตของผึ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งแห่งสัญญาณของพระองค์ ที่บ่งบอกให้เห็นความรู้ วิทยญาณ และความปรีชาญาณของพระองค์ ...
  • ในทัศนะอิสลามอนุญาตให้ซัจญฺดะฮฺและแสดงการตะอฺซีมหรือไม่ ?
    4228 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในทัศนะอิสลามบนพื้นฐานคำสอนของแนวทางอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) ถือว่าการซัจญฺดะฮฺคือรูปแบบของการอิบาดะฮฺที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดสำหรับพระผู้อภิบาลเท่านั้นและไม่อนุญาตกระทำกับบุคคลอื่นส่วนการซัจญฺดะฮฺที่มีต่อศาสดายูซุฟ (อ.), มิได้ถือว่าเป็นการซัจญฺดะฮฺอิบาดี, ทว่าในความเป็นจริงก็คือว่าเป็นการอิบาดะฮฺต่อพระเจ้าด้วยเช่นกันดังที่เราได้หันหน้าไปทางกะอฺบะฮฺเพื่อนมาซและได้ซัจญฺดะฮฺ, ทั้งที่การนมาซและการซัจญฺดะฮฺของเรามิได้กระทำเพื่อวิหารกะอฺบะฮฺแต่อย่างใดทว่าวิหารกะอฺบะฮฺคือสิ่งเดียวอันถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงอัลลอฮฺเราจึงอิบาดะฮฺ ...
  • ชาวสวรรค์และชาวนรกมีอายุราวๆกี่ปี?
    13091 การตีความ (ตัฟซีร)
    ความเปลี่ยนแปลงทางสรีระตามอายุขัยถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโลกนี้ ทว่าในโลกหน้าโดยเฉพาะในสวรรค์ เราไม่อาจจะมโนภาพว่ามนุษย์จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันในลักษณะที่บางกลุ่มเป็นเด็ก บางกลุ่มอยู่ในวัยกลางคน บางกลุ่มเป็นคนชราได้ แม้สมมุติว่าเราจะเชื่อว่าโลกหน้ายังเป็นโลกแห่งวัตถุ แต่ความแตกต่างในแง่อายุขัยอย่างที่เราเคยชินในโลกนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นในโลกหน้าอย่างแน่นอน มีฮะดีษระบุว่าผู้ที่จะเข้าสรวงสวรรค์จะกลายเป็นวัยรุ่นที่มีรูปลักษณ์อันงดงาม یدخلون الجنة شبابا منورین و قال إن أهل الجنة جرد مرد مکحلون
  • อะไรคืออุปสรรคของการเสวนาระหว่างอิสลามและศาสนาคริสต์?
    6505 เทววิทยาใหม่
    คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์ ...
  • ปรัชญาของการมีทาสในอิสลามคืออะไร? อิสลามมีวิธีการจัดการกับสิ่งเหล่าอย่างไร?
    7999 بیشتر بدانیم
    ถูกต้องบทบัญญัติเกี่ยวกับ การแต่งงานกับทาส, การเป็นมะฮฺรัมกับทาส, สัญญาซื้อขาย (ข้อตกลงที่จะปล่อยทาสเป็นไท) และ ...ได้ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอาน, การมีทาสได้รับการยืนยันว่ามีจริงในสมัยของท่านเราะซูล (ซ็อลฯ) และต้นยุคอิสลาม แต่จำเป็นต้องกล่าวว่าอิสลามมีโปรแกรมที่ละเอียดอ่อน และมีกำหนดเวลาในการปลดปล่อยทาสให้เป็นไท ซึ่งบั้นปลายสุดท้ายของทั้งหมดเหล่านั้นคือ การได้รับอิสรภาพเป็นไททั้งสิ้น ดังนั้นการเผชิญหน้าของอิสลามกับปัญหาเหล่านี้ จำเป็นต้องกล่าวถึงประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้: 1-อิสลามมิเคยเริ่มต้นปัญหาเรื่องทาส 2-อิสลามถือว่าปัญหาชะตากรรม และความเจ็บปวดใจของทาสในอดีตที่ผ่านมาคือ ปัญหาความล้าหลังอันยิ่งใหญ่ของสังคม 3-อิสลามได้วางโครงการที่ละเอียดอ่อน เพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นไท, เนื่องจากครึ่งหนึ่งของพลเมืองในสมัยก่อนเป็นทาสทั้งสิ้น, พวกเขาไม่มีอิสรเสรีในการประกอบอาชีพการงาน, ไม่มีปัจจัยสำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป.ถ้าหากอิสลามได้มีคำสั่งต่อสาธารณชนว่าให้ทั้งหมดปล่อยทาสให้เป็นไท, ซึ่งเป็นไปได้ว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาจะต้องสูญเสียชีวิต หรือไม่ชนส่วนใหญ่ก็จะต้องว่างงานไร้อาชีพ หิวโหย ถูกกีดกัน และพวกเขาต้องได้รับแรงกดดันจนกระทั่งเข้าทำร้ายและโจมตีในทุกที่ การประจัญบาน การนองเลือด และการทำลายกฎระเบียบของสังคมก็จะทวีความรุนแรงขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง อิสลามได้วางแผนการไว้อย่างละเอียด เพื่อดึงดูดสังคมให้ทาสเหล่านี้ได้รับอิสรภาพ และเป็นไทไปที่ละน้อย ซึ่งแผนการดังกล่าวมีองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน ...
  • ตะวัสสุ้ลทำให้หลงทางหรือไม่ เราพิสูจน์หลักการนี้ด้วยเหตุผลใด?
    5599 เทววิทยาดั้งเดิม
    การตะวัสสุ้ลไม่ไช่ความหลงผิด ในทางตรงกันข้ามยังถือเป็นวิธีแสวงหาความใกล้ชิดยังอัลลอฮ์อีกด้วย ส่วนการที่ท่านอิมามริฎอ(อ.)ช่วยให้คนป่วยหายดีนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นเหตุผลหลักในการยืนยันความถูกต้อง หากแต่เป็นเหตุผลรองที่สนับสนุนเหตุผลทางสติปัญญาและตัวบทศาสนา ทั้งนี้ กลไกของโลกเป็นกลไกแห่งเหตุแลผล บุคคลคนจะต้องขวนขวายหามูลเหตุหรือวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน ในทางจิตวิญญาณก็มีกลไกคล้ายกันนี้ ดังที่กุรอานปรารภแก่เหล่าผู้ศรัทธาว่า “จงยำเกรงต่อคำบัญชาของพระองค์ และจงแสวงหาหนทางสู่ความใกล้ชิดยังพระองค์” ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    52261 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    50160 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    36904 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    34071 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    30126 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    28776 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    24120 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    22839 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    22197 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    21431 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...